Ekaluk's profileEkaluk's spacePhotosBlogListsMore Tools Help

Ekaluk Rajitwattana

Occupation
Location
No list items have been added yet.

Ekaluk's space

Soapbox Video

Loading...
April 15

เมื่อทุกอย่างจะเริ่มดีขึ้น

เป็นเวลาเกือบสี่เดือนแล้วที่ฉันพยายามจะฆ่าตัวตายแต่ฉันก็ทำไม่สำเร็จ มีการเปลี่ยนแปลง
มากมายเกิดขึ้นกับฉัน ซึ่งปฎิเสธไม่ได้เลยว่าความรักและการสูญเสียถือเป็นเรื่องหลักใหญ่
ของการคิดสั้น ทั้งครอบครัว คนรัก ความรัก แต่แล้วชีวิตฉันก็ได้เดินผ่านช่วงเวลาที่แปลกไป
การใช้ชีวิตผ่านหลักธรรม ผ่านวัด ทำให้ทุกอย่างที่อยู่ในใจนี้ของฉันเปลี่ยนไปแทบจะเรียกว่า
เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง หลายคนไม่ได้อะไรเลยจากการบวชแต่ฉันไม่ ฉันรู้มาว่าฉันเคยเป็นพระ
ครั้งหนึ่งไม่รู้ว่านานเท่าไร ครั้งนี้เหมือนการเพิ่มหน้าบันทึกลงในวิญญาณฉัน ทัศนคติรวมไปถึง
การปฎิบัติตัวในชีวิตประจำวันดูจะไม่เพี้ยนอะไรไปจากเดิม แต่ในความจริงลึกลงไปไม่มีอะไร
จะเป็นเช่นเก่าได้อีก มาจนถึงวินาทีนี้ ฉันคิดว่ารอยปผลผิวไหม้ ใบหน้าที่ยับเยินโทรมเศร้าที่
ฉันได้มาจากการเวียนว่ายในทุกข์และการทำงานหนักยังคงชัดเจน แต่รอยแผลในใจฉันก็จาง
ไปมากพอจะพูดได้ว่าฉันได้ค้นพบสิ่งที่กระตุ้นฉัน ก่อนหน้านี้ฉันผ่านทั้งการมีชื่อเสียงการยอมรับ
มีทั้งรักจริง รักแท้ คนมากมายผ่านมา ผ่านไป ทั้งที่ไปจากฉันและที่ฉันจากเขาเหล่านั้นมา จุด
ที่ฉันยืนอยู่ฉันรับรู้สัจธรรมที่ฉันพยายามพิสูจน์ว่า ... เมื่อฉันมีฉันจะต้องไม่มี นั่นรวมถึงทุกอย่าง
ความรักที่ฉันมีไม่ว่าเพราะอะไรฉันจะต้องเสียมันไป ไม่ว่าเพราะฉันหรือเพราะใคร แต่สุดท้าย
ฉันและทุกๆคนก็จะต้องจากไป พบเพื่อจากอย่างแท้จริง ฉันคิดว่าการใช้ชีวิตที่มีเพียงปัจจัยที่
จำเป็นแก่การดำรงชีวิตจะช่วยให้ความเจ็บปวดต่างๆลดความรุนแรงลง แม้แต่เรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว
ความจริงมากมายที่กองอยู่เป็นไฟล์ในสมองฉัน ฝังลงไปในจิตใต้สำนึก ลบไม่ได้ไม่มีทางที่จะ
ทำให้หายไป ฉันก็จะปล่อยไว้อย่างนั้นเพื่อเตือนฉันว่าครั้งหนึ่งฉันเคยเป็นใคร เป้าหมายในการ
มีชีวิตจากนี้ฉันมอบให้สิ่งเดียว อีกนานหรือไม่ฉันไม่รู้แต่ฉันยอมรับแล้วว่าที่เดียวที่ฉันจะไม่พบ
กับสุข ทุกข์ เสียใจ สมหวัง ยินดี สูญเสีย คือที่นี่นั่นเอง ภายใต้ชุดที่มีเพียงผ้า การทำงาน การ
อยู่ในจุดที่ไม่มีการติดต่อกับโลกภายนอกเป็นที่ที่สุดยอดสำหรับฉัน กรรมของฉันเป็นของฉัน
ไม่ว่ามันจะมาจากเหตุหรือผลมันก็เป็นของฉัน 
 
     ฉันมีตา ฉันจึงได้เห็น ... เธอเดิน เธอใช้ชีวิตของเธอ
     ฉันมีหู ฉันจึงได้ยิน ... เสียงของเธอพรำถึงความรู้สึก
     ฉันมีลิ้น ฉันจึงได้รส ... จากทุกคำขบเคี้ยวที่คุ้นเคย
     ฉันมีจมูก ฉันจึงได้กลิ่น ... เครื่องหอม กลิ่นกาย ที่วันนึงได้ดม
     ฉันมีกาย ฉันจึงได้สัมผัส ... ถึงความอ่อนแอของตัวฉันเอง
     ฉันมีใจ ฉันจึงได้รู้สึก ... ถึงทุกๆอย่าง เมื่อไรที่หัวใจหยุดคือเวลาที่น่ายินดี
 
ฉันเริ่มต้นไปสู่เป้าหมายใหม่ที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ การดูแลภาระหลายอย่างดูเป็นเรื่องหนักที่ฉันอยาก
จะปลดตัวเองออก แต่ฉันจะหนีไปได้อย่างสบายใจหรือ เมื่อทุกคนที่นี่ยังต้องการฉัน กายฉันอยู่
ที่นี่ก็จริงแต่ใจฉันไปอยู่ที่เธอแล้วเมื่อหลายปีก่อนโดยที่ฉันไม่รู้เลย แต่ฉันว่าฉันทิ้งวิญญาณฉันให้
จองที่สำหรับทำบ้านหลังเล็กไว้ที่นั่น ก่อนเวลาฉันจะหมดลงฉันบอกได้เพียงรอยกรรมนี้จะเกิดขึ้น
อีกแต่ฉันไม่พึงพบอีกต่อไป จากนี้ฉันได้แก้ไขรอยทาง ไม่ประสงค์เอาสิ่งใด ฝากร่องรอยความคิด
ฝากสิ่งสำคัญไว้กับผู้สืบทอดความคิดและบานประตูที่ปิดบังฉันไม่ให้ต้องเจอกับอดีตหรือแม้กระทั่ง
อนาคต ปัจจุบันเป็นอยู่ อดีตแก้ไม่ได้ อนาคต ... "กำหนดแล้ว"
  
April 12

14 มีนาคม 2552

ฉันตื่นมาตอนเช้ามืดด้วยอาการอ่อนเพลียเล็กน้อย เมื่อคืนนอนได้น้อยมาก
หลังจากจัดการธุระส่วนตัวก็ปลุกคนในบ้านพร้อมเตรียมของอีกนิดหน่อยก่อน
ออกไปที่รถ ฉันออกมาที่วัดไพชยนต์ก่อนใครด้วยความตั้งใจที่จะมาดูสถานที่
อีกใจก็ขอให้วันนี้ฉันได้บวช แต่ใครจะรู้ว่าฉันก็แอบหวั่นว่าฉันจะบวชไม่สำเร็จ
ใครจะรู้ ... มาถึงสถานที่ถูกเตรียมไว้อย่างดี เสียงเพลงที่ดังไปนิดทำให้ฉันเริ่ม
มีอาการหงุดหงิด ไม่นานเพื่อนและญาติมิตรก็ทยอยกันมา และก็ได้เวลาเริ่มต้น
ฉันเริ่มจากการเปลี่ยนชุด จากนั้นก็เป็นขั้นตอนสำคัญคือการโกนผม งานนี้อาจารย์
ฉันได้โกนเป็นคนแรก หลังจากที่ตั้งแถวพร้อมก็เดินไปรอบโบสถ์ กว่าจะเข้าไป
โปรยทานได้ก็มีเรื่องให้พูดกันหลายเรื่องเลย ขั้นตอนพิธีในโบสถ์เป็นไปอย่าง
ราบรื่นตามที่คิดไว้ ออกมาก็ไปฉลองเพลซึ่งเป็นครั้งแรกที่ฉันได้ทำในสมณสงฆ์
ใบหน้าของผู้ที่มาร่วมงานต่างอิ่มเอิบมีแต่รอบยิ้ม แต่ใครจะรู้บ้างว่าพระใหม่นั้น
มีอะไรอยู่ในใจ หลังจากเสร็จกิจแล้วก็ทำการถ่ายภาพอีกวันนี้ถ่ายเยอะมากจริงๆ
ช่วงบ่ายก็เข้ากุฎิ กุฎิของฉันอยู่ที่หอรวมห้องหมายเลขหนึ่งชั้นสอง เป็นห้องที่ฉัน
ไม่ได้เลือกไว้ ก็สุดแต่หลวงพี่จะจัดให้ ฉันเอากระเป๋าเครื่องเขียน พร้อมหนังสือ
สมุด และอุปกรณ์จำเป็นอีกเล็กน้อยมาด้วย หวังว่าฉันจะปฎิบัติตนได้อย่างสมถะ
ญาติโยมกลับบ้านหมดแล้วฉันเริ่มจัดการกับกุฎิและข้าวของอย่างรวดเร็ว ได้มีการ
พูดคุยทำความรู้จัดกับพระด้วยกันบ้างก่อนที่หลวงน้าจะเข้ามาจัดการเรื่องเครื่องสงฆ์
เวลาผ่านไปนถึงหัวค่ำ หลวงพี่ยอดกลับจากไปสักลงของมา ได้สนทนากันอีกเล็กน้อย
พรุ่งนี้หลวงพี่ยอดจะสึกแล้ว คงจะสนทนาได้อีกไม่นาน ขบวนพระจึงลากันเข้าจำวัด
ใน7วันนี้ฉันจะตั้งใจให้มากเพื่อที่ฉันจะทำให้การบวชนี้เป็นการบวชแทนคุณของพ่อแม่
และใจลึกๆก็เริ่มรอ ...
 

13 มีนาคม 2552

ฉันเตรียมความพร้อมเป็นครั้งสุดท้าย ปลายสายหลายๆคนกล่าวบ่นถึงเรื่องการบวชครั้งนี้ของฉัน
แต่ฉันก็ไม่ได้อธิบายอะไรมากเกินควร คืนนี้มีสหายและญาติบางส่วนมานอนที่บ้าน แต่ใจของฉัน
กลับรู้สึกกังวลกับเรื่องในเช้าวันรุ่งขึ้นมากกว่า ผ่านอาหารมื้อสุดท้ายไปได้ไม่นาน ฉันยิ่งมีเรื่องให้
พะวงเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย แต่ฉันก็ไม่เปลี่ยนความตั้งใจครั้งนี้ ฉันวางแผนเรื่องนี้มานานพอดูและมี
ความตั้งใจมากในสิ่งที่ฉันทำ เหตุของการกระทำครั้งนี้ผู้ที่ทราบถึงความจริงนั้นมีไม่มาก ฉันเองก็
มิได้ปรารถนาให้ใครมารู้ เพราะฉันไม่อยากจะสร้างกรรมใดๆอีกนั่นเอง คืนนี้ฉันต้องข่มตานอนให้
หลับเพื่อพรุ่งนี้จะเป็นวันที่ฉันสดใส
February 18

เรียบร้อย

14 มีนาคม 2552 เวลา 09.00น.
สถานที่ วัดไพชยนต์ฯ (อยู่พระประแดง)
ผู้ที่มางานกรุณาแจ้งก่อนนะ เป็นไปได้ไม่ต้องมาก็ดี เอาไว้บวชแล้วค่อยว่ากัน
งานนี้กำหนดแต่วันบวชไม่ได้กำหนดวันสึกนะ รอให้พร้อมแล้วจะสึกมาเองและ
เพื่อนที่มาก็กรุณาอย่าใส่ซองล่ะ มางาน ไม่ต้องช่วยงาน อย่าคาดหวังอะไรเด้อ
สำหรับคนที่ตั้งประเด็นว่าบวชเพราะอกหักนั้น ถ้าเป็นตามนั้น กูเป็นเจ้าอาวาสไป
แล้ว แต่ก็ไม่แน่นะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ กูรู้นะเว้ยหลายคนรอถามตอนบวชเพราะว่าโกหก
ไม่ได้ อย่าคิดมากกันไป ถึงเวลาที่ต้องลาเสียที คงไม่มีเวลามาเขียนพร่ำเพ้ออีก
ต่อไปแล้ว ก็ขอให้ทุกท่านโชคดี บุญรักษานะ
February 12

กำหนดการ

หลัง 13 มีนาคม 2552 น้องชายขอไว้ ... บวชตามที่วัดกำหนด ส่วนนานเท่าใดนั้น ขึ้นอยู่กับ ความพร้อมที่จะกลับมา
ครั้งนี้บวชไม่นาน แต่ครั้งหน้าคงนานแน่นอน
 
There are no categories in use.